การใส่ภาพลวดลายและเพิ่มลูกเล่นให้ตัวอักษร ด้วย Photoshop cc 2018


สำหรับคนที่เป็นมือใหม่หัดใช้ Photoshop อาจจะยังไม่รู้วิธีการใส่รูปภาพหรือการซ้อนรูปภาพเป็นภาพพื้นหลังให้กับตัวอักษร เพื่อเพิ่มความสวยงามและน่าสนใจ นำไปใช้เป็นข้อความพาดหัว ไตเติ้ลหรือชื่อเรื่องคลิปวีดีโอ ทำแบนเนอร์ หรือภาพหน้าปกเฟซบุ๊ก สำหรับบทความนี้ ผมจะมาสอนวิธีการแทรกรูปภาพลงในตัวหนังสือด้วยคำสั่ง Create Clipping Mask ในโปรแกรม Photoshop เพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถทำการซ้อน Layer ในการทำภาพต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยหลักการใส่รูปภาพ Photoshop นั้นไม่ยาก ถ้าเราเข้าใจหลักการการแทรกรูป เราก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน Artwork (อาร์ตเวิร์ค) ต่าง ๆ ได้ และเพิ่มลูกเล่นอื่น ๆ ให้กับตัวหนังสือของเราด้วยคำสั่ง Layer Style

ขั้นตอนการทำ Create Clipping Mask มีดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Photoshop สร้างงานใหม่ ด้วยคำสั่ง File > New 


2. ตั้งค่าให้ไฟล์งานใหม่ เมื่อสร้างไฟล์งานใหม่นั้น โปรแกรมจะทำการเปิด New Document ขึ้นมา เพื่อให้ตั้งค่าไฟล์งานใหม่ ซึ่งครั้งนี้เราจะทำไตเติ้ลคลิปวีดิโอ ให้เลือกที่เมนู Flim & Video แล้วเลือกขนาดของอาร์ตเวิร์คเป็น Full HDTV 1080p (วีดิโอแบบ Full HD) ก็จะได้อาร์ตเวิร์คขนาด 1920 x 1080 pixels จากนั้นคลิกปุ่ม Create แล้วตั้งชื่อไฟล์งาน


3. เลือกแบบและขนาดตัวอักษร โดยคลิกเครื่องมือ Typt Tool แล้วเลือกแบบและขนาดตัวอักษรบนเมนูบาร์ด้านบน พิมพ์ตัวอักษรโดยจัดข้อความให้อยู่ตรงกลางอาร์ตเวิร์ค


4. เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการนำมาซ้อนในตัวอักษร โดยใช้เมนู File > New แล้วเลือกภาพที่ต้องการ


จะเห็นแท็บชื่อไฟล์ภาพที่เปิดใหม่ซ้อนอยู่กับภาพที่ทำตัวอักษรไว้


5. นำภาพวิวไปซ้อนบนตัวอักษร โดยคลิกที่แท็ปชื่อไฟล์ภาพวิว แล้วลากออกไปวางในพื้นที่ว่าง (เพื่อให้เห็นไฟล์ภาพทั้ง 2 ภาพ) คลิกเลือกเครื่องมือ Move Tools > คลิกในภาพวิวแล้วใช้วิธี Drag and Drop (ลากแล้ววาง) ลากภาพวิวไปวางซ้อนทับด้านบนตัวอักษรที่พิมพ์ไว้ โดยเลเยอร์ของภาพวิวต้องอยู่ด้านบนของตัวอักษร


6. ปรับขนาดของภาพตามที่ต้องการ เราสามารถปรับขนาดภาพวิวตามต้องการได้ โดยคลิกเลือกที่เลเยอร์ภาพวิว > กด Ctrl+T (หรือที่เลือกแถบเมนูด้านบน Edit > Free Transform ก็ได้) จะมีเส้นรอบภาพเกิดขึ้น > กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วคลิกที่จุดมุมภาพ แล้วลากเมาส์เข้าออกเพื่อลดหรือขยายขนาดภาพตามต้องการ


7. ทำให้ภาพปรากฏในตัวอักษร กดปุ่ม Alt ค้างไว้ แล้วคลิกที่บริเวณเส้นคั่นระหว่างเลเยอร์ของภาพวิวและเลเยอร์ตัวอักษร (กรอบสีแดงตามรูป) จะได้ภาพวิวเข้าไปอยู่ในตัวอักษร ดังภาพด้านล่าง



เราสามารถปรับตำแหน่งภาพที่จะปรากฏในตัวอักษรได้ตามต้องการ โดยเครื่องมือต้องอยู่ที่ Move Tool คลิกเลือกที่เลเยอร์ภาพ แล้วคลิกในพื้นที่งานเพื่อเลื่อนภาพวิวไปมาได้ 

8. ใช้ Layer Style ใส่ลูกเล่นให้ตัวอักษร เราสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับตัวอักษรได้ โดยเลือกที่เลเยอร์ข้อความ > คลิกปุ่ม fx (add Layer Style) ด้านล่าง > เลือก Blending Options ดังภาพ

หรืออาจจะใช้วิธีเลือกที่แถบเมนูด้านบนก็ได้ โดยเลือกที่เลเยอร์ข้อความก่อน แล้วคลิกแถบเมนู Layer > Layer Style > Blending Options 


โปรแกรมจะเปิดหน้าต่าง Layer Style ขึ้นมา ให้เราเลือกใส่ลูกเล่นให้ตัวอักษรได้หลายแบบ

9. เลือกลูกเล่นให้ตัวอักษร 

Bevel and Emboss การทำตัวหนังสือนูนเอียง ปรับค่าตามตัวอย่างด้านล่าง แล้วคลิก OK



Stroke การเน้นเส้นขอบตัวอักษร ปรับค่าตามตัวอย่างด้านล่าง แล้วคลิก OK



Drop Shadow การใส่เงาให้กับตัวอักษร ปรับค่าตามตัวอย่างด้านล่าง แล้วให้คลิกปุ่ม OK


เราก็จะได้ตัวอักษรสวยงาม มีความเป็นสามมิติ มีเส้นขอบและเงา


เรียบร้อยแล้ว ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สำหรับใครที่ต้องการแทรกรูปภาพเป็นพื้นหลัง ก็ทำตามขั้นตอนที่ 4-6 ก็จะได้ภาพเป็นพื้นหลังภาพซ้อนเลเยอร์ด้านล่าง เรียงกันไปก็สวยงามไปอีกแบบ สามารถเอาไปต่อยอดเป็นภาพ Motion กันได้ครับ


เขียน/ภาพประกอบ :
สราวุธ เบี้ยจรัส  นักวิชาการโสตทัศนศกษา สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

8 เทคนิคการถ่ายภาพสินค้าสำหรับมือใหม่ให้สวย และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายสนใจอยากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์หรือ ขายของออนไลน์ เพราะดูเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แถมไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก แต่แท้จริงแล้วการเปิดร้านขายของออนไลน์หรือทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี โดยเฉพาะตัวสินค้าต้องนำเสนอออกมาให้ดูสวยและน่าสนใจเพราะคนจะซื้อของออนไลน์ไม่ได้มาเห็นหรือสัมผัสตัวจริงของสินค้า วันนี้ผมจะมาแนะนำ 8 เทคนิคถ่ายสินค้ายังไงให้สวยและน่าสนใจ 

1. ทำความเข้าใจกับตัวสินค้า

เริ่มแรกเลยคือ เราควรทำความเข้าใจกับตัวสินค้าก่อน ยกตัวอย่างเช่น เราจะขายกระเป๋าผ้าใส่ของ เราควรจะดูคุณลักษณะของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ (packaging) สินค้าเน้นทำการตลาดในเป็นลักษณะไหน แล้วพิจารณาว่าจะส่งผลต่อมุมภาพที่เราจะเลือกถ่ายหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ เราจะต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนและทำความเข้าใจกับสินค้าก่อนครับ    

2. การเลือกใช้พื้นหล้ง

การเลือกพื้นหลัง เริ่มต้นจากพื้นหลังที่เรียบง่ายอาจจะเป็นสีล้วนหรือฉากหลังที่ไม่มีรายละเอียดแบบนี้จะง่ายกว่ามากๆเลย เนื่องจากการที่เราจะได้จัดองค์ประกอบภาพที่ง่าย แล้วก็เป็นการจัดวางที่สวยเป็นการนำเสนอที่ทำให้ตัวสินค้าเกิดความน่าสนใจโดดเด่นมากที่สุด ไม่ต้องคิดอะไรเยอะครับคือใช้พื้นหลังสีขาวหรือสีเรียบๆก็ได้นะครับเพื่อทำให้สินค้าของคุณนั้นมีจุดเด่นมากยิ่งขึ้นครับ 


3. การเลือกใช้โลเคชั่นหรือฉากหลัง

ในส่วนของฉากหลังหรือโลเคชั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ สินค้าของคุณต้องการองค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ อีก อย่างเช่น การเลือกสถานที่ให้เข้ากับสินค้า เราต้องเข้าใจในเรื่องของ Production พื้นที่ที่เราจะเน้นในการถ่ายภาพ จะต้องมีความสวยงามแล้วก็สะอาดตา เพื่อภาพที่ถ่ายออกมาจะทำให้สินค้าดูสวยงาม โดดเด่น และมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ  


4. ถ่ายเน้นให้เห็นรายละเอียดของตัวสินค้า

การซูมภาพให้เห็นรายละเอียด ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการถ่ายภาพสินค้า เราลองซูมเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อจะได้ในส่วนที่เราต้องการเน้นของตัวสินค้า อย่างเช่น การที่เราจะขายเสื้อผ้า กระเป๋า น้ำหอม บางทีเราควรที่จะถ่ายเจาะเข้าไปนะครับ เพื่อให้สินค้าของเราเกิดความโดดเด่นและเห็นรายละเอียด ก็ทำให้ผู้บริโภคได้เห็นตัวสินค้าของเราได้อย่างชัดเจน




5. ฝึกใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายภาพก่อน

แสงเป็นสิ่งสำคัญมากในการถ่ายภาพสินค้า ถ่ายยังไงให้ดูโดดเด่น สีสันชัดเจน แล้วก็ตัวสินค้าเองเกิดความน่าสนใจ มีมิติมากขึ้น แสงที่ใช้ในการถ่ายภาพ มี 2 แบบ คือ แสงธรรมชาติ และแสงประดิษฐ์ แสงประดิษฐ์ก็คือไฟสตูดิโอที่เตรียมไว้ใช้ถ่ายภาพ ลองฝึกและทดลองดู พยายามดูทิศทางของแสง ลองใช้แสงธรรมชาติก่อนก็ได้ แต่บางสถานที่แสงธรรมชาติอาจไม่เพียงพอ เราจะต้องใช้แสงประดิษฐ์เพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม ตัวสินค้าน่าสนใจมากขึ้น บ่อยครั้งที่แสงอาจจะไม่มากพอ เราสามารถที่จะลดความเร็วชัตเตอร์ในระดับที่ต่ำมาก เพื่อที่จะให้แสงเข้ามาในกล้องได้มากขึ้น และก็ไม่ต้องดัน ISO ภาพที่เราได้ก็จะมีคุณภาพที่ดี 


6. ให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบภาพ

ภาพของคุณจะเกิดความน่าสนใจ ด้วยการจัดองค์ประกอบภาพมาเสริมให้สินค้าของคุณโดดเด่น แต่ต้องระวังอย่าใช้อุปกรณ์ประกอบฉากเยอะจนเกินไป จนทำให้แย่งซีนของตัวสินค้า ให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบภาพและรายละเอียดเล็กน้อยอยู่เสมอ อย่างเช่น การเพิ่มสีสันต่าง ๆ ทุกอย่างควรจะต้องทำให้มันลงตัวและก็เป็นเรื่องราวเดียวกัน ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบภาพและรายละเอียดในภาพเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ลองหาภาพตัวอย่างสักชุดหนึ่ง และลองนำมาแยกออกว่าจะใช้ภาพนี้เป็นตัวอย่างได้อย่างไรบ้าง หรือลองใช้กฎสามส่วน และจุดตัดเก้าช่องสำหรับมือใหม่



7. ใช้ขาตั้งกล้องในการถ่ายภาพ

การใช้ขาตั้งกล้องในการถ่ายภาพสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะจะทำให้เราได้มุมกล้องตำแหน่งเดิม และกล้องจะนิ่งในระหว่างที่เราจัดองค์ประกอบภาพไปด้วย ซึ่งสะดวกมาก และบ่อยครั้งที่แสงอาจจะไม่มากพอ เราสามารถที่จะลดความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ลงในระดับที่ต่ำมาก เพื่อให้แสงเข้าที่กล้องได้เยอะ และก็ไม่ต้องดัน ISO ด้วย ภาพที่เราได้จะมีคุณภาพที่ดี ไม่มีสัญญาณรบกวน ( Noise)



8. ฝึกใช้โปรแกรมตกแต่งภาพ

บางครั้งภาพสินค้าของเราอาจจะมีฝุ่นติด หรือมีส่วนเกินที่ไม่ต้องการอยู่ในภาพ หรือแม้แต่อยากได้ภาพสี White Balance ที่ตรงกับใจเรามากกว่านี้ จะเป็นการดีมากถ้าหากเราฝึกใช้โปรแกรมในการตกแต่งภาพ เช่น Adobe Lightroom หรือ Adobe Photoshop ปรับแต่งภาพ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะใช้ในการปรับสีและการรีทัชรายละเอียดบางจุดเพื่อทำให้ภาพสมบูรณ์มากขึ้น โปรแกรมเหล่านี้ก็จะสามารถช่วยได้มากเลยครับ


เป็นยังไงบ้างครับกับเทคนิคในการถ่ายภาพสินค้าที่ผมมานำเสนอ น่าจะได้เทคนิคไม่มากก็น้อย เพื่อที่จะทำให้สินค้าของคุณเกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การได้ฝึกฝนถ่ายบ่อย ๆ จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหา และถ่ายภาพตามความต้องการได้


เรียบเรียง/ภาพประกอบ: 
สราวุธ เบี้ยจรัส  นักวิชาการโสตทัศนศึกษา สถาบัน กศน. ภาคเหนือ
 
อ้างอิง:
Yochuwa Samarom. (2562,13 มีนาคม). 7 วิธีถ่ายภาพสินค้าสำหรับมือใหม่ให้สวย และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น.
สืบค้นจาก https://www.photoschoolthailand.com/7-tips-packshot-product-photography

8 เทคนิคถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ให้สวย

      การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือถ่ายแลนด์ตามภาษาช่างภาพนิยมใช้กัน คำถามถ่ายยังไงให้สวย การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์จัดเป็นการถ่ายภาพที่ช่างกล้องโดยเฉพาะคนรักการเดินทางทั้งหลายมักนิยมเก็บความประทับใจและความสวยงามเอาไว้ผ่านรูปถ่าย ดังนั้นการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ จึงไม่ใช่แค่การหยิบกล้องขึ้นมาแล้วถ่ายๆ ให้มันจบไปอย่างแน่นอน การถ่ายแบบนั้นสำหรับช่างภาพถือว่าเป็นการถ่ายแบบไร้จุดหมายเสียดายเวลาและโอกาส ดังนั้นเมื่อมีโอกาสไปในสถานที่สวยงามแล้ว ควรมีเทคนิคสำหรับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ถือเป็นเรื่องดีเพื่อช่วยให้ภาพเกิดความสวยงามมากขึ้นยิ่งขึ้น และประทับใจมากยิ่งขึ้น ลองเอาเทคนิคในบทความนี้ลองไปปรับใช้ดูกันครับ

1. มุมมองสำคัญกว่าอุปกรณ์

ลองปรับแนวคิดของเรา ลองหามองหามุมมองที่จะถ่ายทอด ภาพวิวที่เราชอบหรือเคยเห็นมาบ่อย ๆ  เป็นแบบไหน แล้วก็ฝึกถ่ายออกมาแบบที่ชอบหรือว่าตั้งใจไว้ และอย่าไปคิดว่าอุปกรณ์ดี ๆ แพงๆ มันคือสิ่งที่ทำให้ได้ภาพสวย บ่อยครั้งที่มุมมองของคนที่ใช้กล้องมือถือกลับเหนือกว่าเราก็มี ทั้ง ๆ ที่เราถืออุปกรณ์ที่มั่นใจแล้วว่าดีที่สุดแล้ว ดังนั้นการที่เราเข้าใจเรื่องของมุมมองในการนำเสนอ การบอกเล่าเรื่องราวเป็นส่วนสำคัญ เพราะภาพมันก็คือการสื่อสารอย่างหนึ่ง การอ่านหนังสือ หรือว่าดูมุมมองถ่ายภาพจากคนที่ชอบก็ได้ อาจใช้มุมมองการเล่าเรื่องจากภาพยนตร์ก็ได้ การเพิ่มมุมมองในการถ่ายภาพให้สวยขึ้น



2. พื้นฐานการจัดองค์ประกอบภาพสำคัญสุด ๆ สำหรับคนเริ่มต้นถ่ายภาพ

การจัดองค์ประกอบภาพ การวางมุมภาพให้มันเป็นเรื่องที่สำคัญสุด ๆ และมันแทบจะต้องใช้ตลอดในการเริ่มต้นถ่ายภาพวิวให้สวยเลย เพราะการที่เราจะวางจุดสนใจหลักไว้ที่ไหน และมีส่วนประกอบอื่น ๆ อะไรอยู่ในภาพ อยู่ตรงไหน เรื่องพวกนี้ล้วนแล้วอยู่ในเนื้อหาของการจัดองค์ประกอบทั้งหมด ศึกษาเทคนิคพื้นฐานเหล่านี้ เพราะจะช่วยให้เรามีรูปสวยได้อย่าง รวดเร็ว เทคนิคการถ่ายภาพ : องค์ประกอบ และ มุมมอง สวยๆ จุดตัดเก้าช่อง, กฎสามส่วน , เส้นนําสายตารูปวิวสวยๆ ก็จะคล้ายๆ กัน ถ้าเราเข้าใจและสามารถใช้ทักษะในการจัดองค์ประกอบได้ดี ทำให้เราถ่ายด้วยกล้องอะไรก็ดูลงตัวไปหมด รับรองว่าเรื่องพวกนี้ช่วยให้เราถ่ายภาพได้สวยขึ้น เก่งขึ้นแน่นอน


3. เข้าใจถึงช่วงเวลาที่มีผลกับแสงและสถานที่

เรื่องเวลาสำคัญมาก ๆ กับการถ่ายภาพ Landscape ธรรมชาตินั้นมี ส่วน 90% ที่ภาพถูกถ่ายจะออกมาได้สวยงาม ก็เพราะว่าสภาพแสง ลักษณะของแสงมันเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา อย่างแสงตอนเช้าและแสงตอนเย็นก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นภาพถ่ายที่เราต้องการจริง ๆ ต้องมองให้ออกนะว่าเราต้องการภาพในสถานที่นั้นช่วงไหน แล้วก็ควรทำการบ้านด้วยว่ามุมที่สวย ๆ กับช่วงเวลาเหล่านั้นมีตรงไหนบ้าง สถาน ที่เดียวกัน แต่สภาพอากาศคนละแบบ ก็ให้อารมณ์ภาพที่แตกต่างกันได้ การกลับมาถ่ายที่เดิมในเวลาและสภาพที่ต่างกันออกไป ทําให้เราได้ภาพที่ให้ อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปได้เช่นกันครับ จริงๆแล้ว


4. ระวัง เส้นขอบฟ้า  อย่าให้เอียง 

 ให้เส้นขอบฟ้าขนานไปกับแนวขอบของภาพถ่าย ภาพภ่ายแนวธรรมชาติ โดยทั่วไปหากเส้นขอบฟ้าเอียง  ภาพนั้นก็จะลดคุณค่าลงไปมาก เส้นขอบฟ้าไม่เอียงจัดองค์ประกอบง่ายกว่า ดู สบายตา นักถ่ายภาพมือสมัครเล่นที่จริงจัง ไปจนถึงมืออาชีพ ไม่เคยลืมกฎข้อนี้เด็ดขาด เส้นขอบฟ้าหากไม่เอียงมากๆ ก็สามารถจะปรับหมุนให้ตรงหรือไม่เอียงได้ในภายหลัง  ด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ  อย่างไรก็ตาม  เราต้องฝึกให้เป็นนิสัย ให้พิจารณาเส้นขอบฟ้าทุกครั้ง เมื่อเราถ่ายภาพครับ



5. มุมสะท้อนน้ำทำให้ภาพสวยขึ้นมาก 

ถ้าเราไปถ่ายทะเลสาบหรือบริเวณที่มีน้ำนิ่ง ๆ เราสามารถที่จะถ่ายมุมสะท้อนได้ ถ้าใช้การถ่ายแบบใช้ความเร็วชัตเตอร์ให้นานๆ ในการบันทึกภาพก็จะทำให้เก็บรายละเอียดของน้ำได้ชัดมากขึ้น เราอาจจะเลือกช่วงเวลาค่ำ ๆ หน่อย หรือช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก ลองฝึกถ่ายบ่อย ๆ เทคนิคนี้มันทำให้เราได้ภาพสวย ๆ เยอะมากเลย


6. ใช้ Filter กรองแสง / ลดแสง 

ภาพวิวในตอนกลางวัน บางมุมแสงจะมากเป็นพิเศษ ถึงถ่ายออกมาแล้วสวย แต่อาจขาดความน่าสนใจ การใช้ฟิลเตอร์สีชาเพื่อกรองแสงลง ทําให้สีสัน ส่วนอื่นของวิวในภาพดูเด่นขึ้น คล้ายกับการที่เราใส่แว่นกันแดดมองวิวกลาง แดดจ้า สิ่งที่เห็นหลังแว่นกันแดดย่อมครบถ้วน คมชัด และสวยกว่าการมอง ตาเปล่ากลางแดด และสามารถประยุกต์มาถ่ายกับวิวประเภทน้ําตก ฟิลเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราจัดการกับแสงได้ดีขึ้น เช่น แสงมันมากไปในตอนกลางวัน ND Filter นี่แหละที่จะดรอปแสงที่มันสว่าง ๆ ให้มืดลง เพื่อที่เราจะได้ใช้ชัตเตอร์ได้นานขึ้น หรือว่าจะเป็นแสงสะท้อน มันก็จะมีกระจกหรือ ND Filter ที่ทำงานกับแสงสะท้อน จะทำให้ภาพของเรามีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นครับ

ภาพจาก : เว็บไซต์ www.quickmarketing.co.th



7. การถ่าย Panorama

ไม่ใช่เรื่องยาก....การถ่ายภาพแนวยาวที่เรียกว่า Panorama หลายคนอาจรู้สึกเป็นเรื่องยาก แต่วิธีการถ่ายจริงๆ ไม่ได้เป็น ยากอย่างที่คิดไว้ เพียงแค่ตั้งค่ารูรับแสง และโฟกัสให้นิ่ง ในระหว่างถ่ายห้าม เปลี่ยนค่ารูรับแสง และโฟกัสโดยเด็ดขาด จุดที่ยืนถ่ายต้องเป็นพื้นที่ตั้งกล้อง ได้มั่นคง ไม่เอียงหรือสั่น รวมถึงวิวที่ถ่าย ขอให้สามารถจัดองค์ประกอบ ภาพในแนวระนาบได้เท่านั้นเองครับ


8. ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อความชัวร์

สำหรับนักถ่ายภาพที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพแสงน้อยในเวลาเช้าหรือพลบค่ำ รวมไปถึงการถ่ายภาพน้ำตกทะเลคลื่นซัดเห็นเป็นเส้น ๆ  ล้วนต้องการเปิดชัตเตอร์นานๆ เพื่อรับแสงเข้ามาในภาพ ปรับชัตเตอร์สปีดต่ำ ๆ ขาเป็นสิ่งจำเป็นมากเพื่อให้ภาพคมชัดไม่สั่นไหว

การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ให้สวยงามไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ทุกอย่างต้องหมั่นฝึกฝนถ่ายบ่อย ๆ เตรียมตัวให้พร้อมวางแผนให้ดี เรื่องช่วงเวลา ดินฟ้าอากาศ อุปกรณ์ ก่อนออกไปลุยนะครับ อีกอย่างต้องมั่นดูงานช่างภาพเก่ง ๆ ไว้เป็นแนวทาง ไปหน้างานได้เกิดไอเดีย แล้วถ่ายออกมาได้อย่างที่ต้องการและสวยงามครับ 

6 เทคนิคการถ่ายสัตว์ภาพให้สวยสมบูรณ์แบบ

        การถ่ายภาพสัตว์อาจเป็นเรื่องท้าทายอย่างหนึ่งของคนที่ชอบถ่ายภาพ สัตว์ต่างกับคนตรงที่พวกมันจะไม่ฟังคำสั่งและมีการเคลื่อนไหวเกือบตลอด สัตว์มีอารมณ์ความรู้สึก ลุกลี้ลุกลนและไม่อยู่นิ่งเฉย ซึ่งก็แปลว่าเดา มักคาดเดาทิศทางได้ยากมาก แต่อาศัยเคล็ดลับง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ คุณจะสามารถเก็บภาพทุกช่วงเวลาสวย ๆ ของบรรดาสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ในสวนสัตว์ ได้อย่างที่ต้องการ

1. ทำความรู้จักตัวแบบของคุณ

        การถ่ายภาพสัตว์ก็เหมือนเช่นเดียวกับมนุษย์ ภาพถ่ายที่ดีที่สุดจะได้มาก็ต่อเมื่อช่างภาพกับตัวแบบสามารถผ่อนคลายได้เมื่ออยู่ด้วยกัน สิ่งสำคัญคือคุณต้องทำให้ตัวแบบรู้สึกสบายใจเมื่อมีคุณอยู่ใกล้ ก่อนจะหยิบกล้องออกจากกระเป๋า หากคุณใช้เวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยงสักครู่เสียก่อนก็จะช่วยได้มาก เพื่อที่จะให้พวกมันคุ้นเคยกับกลิ่นของคุณ และจากนั้นก็จะผ่อนคลายและระวังตัวน้อยลง



2. เน้นโฟกัสที่ดวงตา

        คำพูดว่า "ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ" ดวงตาเป็นปัจจัยสำคัญของภาพถ่ายสัตว์เลี้ยง นี่คืออวัยวะที่แสดงอารมณ์ได้มากที่สุดบนใบหน้าของสัตว์ และถ้าคุณถ่ายในจังหวะที่ดีก็จะได้ภาพสัตว์ที่สื่ออารมณ์มากอย่างเหลือเชื่อ เพื่อให้แน่ใจว่าดวงตาอยู่ในโฟกัส ถ้าตาไม่อยู่ในโฟกัส ภาพก็อาจเสียเปล่า ปรับจุดโฟกัสจาก ‘อัตโนมัติ’ เป็น ‘จุดเดียว’ จากนั้นกำหนดจุดโฟกัสให้อยู่ที่ดวงตาของตัวแบบ วิธีนี้ทำให้บริเวณที่อยู่ในโฟกัสมีความคมชัดและดึงความสนใจของผู้ชมไปที่ดวงตาทันที

     

3. ถือกล้องให้ได้ระดับสายตาของสัตว์และเข้าใกล้ให้ได้มากที่สุด

        เคล็ดลับหนึ่งในการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงที่ยอดเยี่ยม คือ ให้ถ่ายภาพที่ระดับสายตาของพวกมัน บางครั้งคุณอาจต้องลงไปนอนบนพื้นวิธีนี้จะทำให้คุณมองเห็นโลกที่สัตว์ คุณจะเห็นมุมมองที่ต่างออกไป 
ในการถ่ายภาพระยะใกล้สวย ๆ ที่มีฉากหลังเบลอและนุ่มนวล ให้ตั้งค่ารูรับแสงกล้องของคุณให้กว้างที่สุด (ตัวเลขค่า f น้อยสุด) ถ้าเข้าใกล้ไม่ได้อาจจำเป็นต้องใช้เลนส์ซูม หรือเลนส์เทเลโฟโต้
                        

4. พยายามใช้แสงธรรมชาติ หลีกเหลี่ยงการใช้แสงแฟลช

        กฎพื้นฐานในการถ่ายภาพสัตว์ คือไม่ควรใช้แสงแฟลชในการถ่ายภาพสัตว์ หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชเพราะอาจทำให้สัตว์ตกใจตื่นกลัวและทำให้เกิดจุดตาแดงจุดแดงก็เป็นข้อด้อยที่พบบ่อยครั้ง  ซึ่งจากนั้นก็ยากที่จะเรียกความไว้วางใจกลับคืนมาได้อีก ในแง่ความสวยงาม การใช้แสงแฟลชแทนที่จะเป็นแสงธรรมชาติก็อาจสว่างกลบและทำให้สูญเสียรายละเอียดของขนสัตว์ไป   




5. ถ่ายเป็นภาพเคลื่อนไหว

        การถ่ายภาพสัตว์ในลักษณะภาพแอ็คชั่นช่วยให้ภาพสัตว์ดูน่าสนใจมากขึ้น แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนและความใส่ใจรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกมากขึ้น เช่น เช่น ผีเสื้อดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ การใช้ถ่ายแบบนี้ค่อนข้างยาก มีอยู่สองอย่างที่ต้องใช้ หนึ่งคือความเร็วชัตเตอร์สูง และสองคือเลนส์ที่รวดเร็วในการกัสและความสามารถติดตามวัตถุเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างดี คุณควรเปิดโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องแทนที่จะถ่ายเป็นภาพเดี่ยวในกรณีที่ทำได้
 

  

5. ต้องอาศัยความอดทน

      ความอดทนเป็นคุณสมบัติที่ดี ซึ่งจำเป็นมากในการถ่ายภาพสัตว์ ต้องใช้เวลาอดทนรอจังหวะ ซึ่งบ้างที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณกำลังถือกล้อง ที่ไม่คุ้นตา ถ้าคุณอดทนพอรอให้ตัวแบบจะผ่อนคลายในที่สุด ให้คุณได้มีโอกาสที่สมบูรณ์แบบในการถ่ายภาพสวยๆ



 
การถ่ายภาพสัตว์ให้สวยตามที่ต้องการ ต้องหมั่นฝึกฝนและทดลองเล่นกับมุม องค์ประกอบ และวิธีต่างๆ กันเพื่อให้ได้ภาพที่ถูกใจ ดูแปลกใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ถ่ายอย่างมีความสุขอย่ากดดันตัวเองครับ


เนื้อหา
: Nikon School
เรียบเรียง / ภาพประกอบ : นายสราวุธ เบี้ยจรัส นักวิชาการโสตทัศนศึกษา สถาบัน กศน. ภาคเหนือ
เนื้อหา : นิคอน (ประเทศไทย) จํากัด/ สืบค้น เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564

อ้างอิง :
นิคอน (ประเทศไทย). ภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงที่สวยสมบูรณ์แบบ. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2564 จาก http://www.nikon.co.th/th_TH/nikon_school/photo_tech?ID=templatedata/th_TH
/taggable_content/data/learn_and_explore/Perfecting-Pet-photography&Category
=learn-and-explore-new&Section=nikon-school-online/photo-tech