Showing posts with label ทรัพยากรธรรมชาติ. Show all posts
Showing posts with label ทรัพยากรธรรมชาติ. Show all posts

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ไข่น้ำแร่ แช่ออนเซ็น

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีความสวยงามแปลกตา เป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่าใต้พื้นโลกเรายังมีความร้อนระอุอยู่ บ่อน้ำพุแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองลำปาง แต่ตัวน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลแจ้ซ้อน เขตอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดลำปาง


น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เป็นสถานที่ที่มีความมหัศจรรย์ ความงดงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์มาอย่างอลังการ ทำให้น้ำพุร้อนแห่งนี้ เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ที่นี่มีธรรมชาติสวย ๆ ทั้งน้ำพุ บ่อน้ำร้อน โขดหิน ลำธาร น้ำตก ที่พัก ลานกางเต็นท์ และร้านอาหาร เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนจริง ๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง

น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เกิดจากแหล่งความร้อนใต้โลกที่มาจากหินหนืดที่อยู่ระดับตื้นกว่าปกติ เนื่องจากบริเวณนี้ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่ยังมีพลังในการเคลื่อนตัวอยู่ คือ รอยเลื่อนสาขาย่อยของรอยเลื่อนแม่ทา พาดอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ และแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้
 
เมื่อฝนตก น้ำฝนจะซึมลงไปตามช่องระหว่างรอยแตกแยกของชั้นหิน และถูกกักเก็บไว้ในชั้นหินอุ้มน้ำด้านล่าง จากการถ่ายความร้อนระหว่างหินหนืดใต้ดิน ทำให้น้ำที่กักอยู่ในชั้นหินร้อนจนเดือด แล้วเกิดแรงดัน น้ำร้อนจึงผุดขึ้นมาสู่ผิวดินตามรอยแตกแยกของหิน และมีกลิ่นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์หรือก๊าซไข่เน่า ที่มักพบในบ่อน้ำร้อนหรือปากปล่องภูเขาไฟ อัตราการไหลของน้ำร้อนวัดได้ประมาณ 35 ลิตรต่อวินาที และอุณหภูมิน้ำร้อนขณะอยู่ใต้ดินประมาณ 149 องศาเซลเซียส ส่วนน้ำที่อยู่บนผิวดินจะอยู่ที่ประมาณ 68-82 องศาเซลเซียส


แหล่งน้ำพุร้อนบ้านแจ้ซ้อน พบเกิดอยู่บริเวณที่ราบลุ่มหุบเขาใกล้น้ำแม่มอน ประกอบด้วยบ่อน้ำร้อนที่ผุดขึ้นมาบนผิวดิน 9 บ่อ มีทั้งที่เป็นแบบ บ่อน้ำร้อน (Hot Pool) และแบบบ่อน้ำร้อนที่ไหลซึมขึ้นมา (Seep) มีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 81 องศาเซลเซียส บริเวณของตัวแหล่งน้ำพุร้อนจะคลุมพื้นที่ประมาณ 1,200 ตารางเมตร มีโขดหินใหญ่น้อยจากธรรมชาติกระจัดกระจายแทรกตัวอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน พบก้อนหินมนใหญ่ ซึ่งเป็นหินแกรนิตและหินควอร์ตไซต์ กระจายอยู่ทั่วไป น้ำพุร้อนส่วนใหญ่จะไหลมารวมกัน แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมอนใกล้ ๆ

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบบ่อน้ำพุร้อนให้มีความสวยงาม เนื่องจากบ่อน้ำร้อนที่นี่จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยถึง 68-82 องศา เพื่อความปลอดภัย จึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในบ่อดังกล่าว แต่ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับบ่อน้ำร้อนได้อย่างปลอดภัย ไฮไลท์ของบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ คือ ความสวยงามของไอน้ำร้อนสีขาวที่โพยพุ่งขึ้นมาจากบ่อ มองดูคล้ายหมอกจาง ๆ สีขาว ที่ปกคลุมและลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ผนวกกับแสงแดดที่ส่องสะท้อนลงยังบ่อน้ำร้อน เป็นภาพที่สวยสด งดงาม น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งอุณหภูมิของอากาศต่ำมากเท่าไหร่ หมอกไอน้ำก็จะยิ่งลอยพุ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงเช้า ๆ ในหน้าหนาว นอกจากนี้แล้ว การได้เห็นแสงพระอาทิตย์ขึ้นผ่านม่านหมอกไอน้ำหนา ๆ ที่ลอยมาจากบ่อน้ำร้อนจนกลายเป็นสีทอง ในตอนเช้า ก็จะเป็นภาพที่ประทับใจ ไม่รู้ลืมเช่นเดียวกัน หลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ไอน้ำก็จะลดลงจนหายไปในที่สุด และจะกลับมายลโฉมให้เห็นอีกที ก็ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ไอหมอกจะลอยไม่สูง และไม่สวยเท่าในตอนเช้า


กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน นั่นคือ การลงไปแช่และอาบน้ำแร่ให้สบายเนื้อสบายตัว มีให้บริการ ทั้งห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว ห้องรวมแบบตักอาบ หรือจะใช้บริการแบบห้องรวมที่แยกชาย หญิง แต่ที่อยากแนะนำคือ เลือกใช้บริการห้องแช่น้ำแร่แบบส่วนตัว ซึ่งจะมีความสะดวกสบายกว่ามาก เป็นเอกเอกเทศ มีมุมอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในห้องด้วย ภายในจะมีอ่างลักษณะกลม สามารถนั่งแช่น้ำแร่ได้ 3-4 คน โดยน้ำแร่ที่นำมาใช้นั้นต่อท่อโดยตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิน้ำแร่ ประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ร้อนจนเกินไป สามารถใช้แช่และอาบได้ ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่ คือ ช่วยบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น กลากเกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคกระดูก แต่น้ำแร่จากที่นี่ไม่สามารถใช้ดื่มได้ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน


สำหรับใครที่เดินเที่ยวแล้วรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ทางอุทยานฯ ได้จัดพื้นที่ให้กลุ่มชาวบ้านมาให้บริการนวดตัวคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งอยู่บริเวณศาลาใกล้ ๆ กับห้องแช่น้ำแร่ มีที่กั้นแยกเพื่อความเป็นส่วนตัว


และอีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้หากมาเที่ยวที่น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน คือ การลองทานไข่น้ำแร่หรือไข่ออนเซ็น ภาพที่เราจะเห็นจนชินตา คือ นักท่องเที่ยวจะหิ้วตะกร้าไข่ เดินตรงไปยังบ่อน้ำร้อน ความพิเศษของไข่ต้มที่นี่ คือหากเราต้มในบ่อน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 73 - 74 องศา โดยใช้เวลาต้ม ประมาณ 15 - 16 นาที ไข่แดงจะแข็งส่วนไข่ขาวจะเป็นวุ้นเหลว อร่อยไม่เหมือนที่อื่น และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาก ๆ


ระหว่างเดินลัดเลาะไปตามทางเดิน ท่ามกลางบ่อน้ำร้อนนั้น เราจะเห็นริ้วสีขาว ๆ ยาว ๆ ไหลพลิ้วไปตามสายน้ำในบ่อ นั่นก็ คือ แบคทีเรีย Chloroflexus aurantiacus เป็นแบคทีเรียที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในน้ำร้อน ที่เกิน 50 องศาและอยู่รอดได้ในสภาวะไร้ออกซิเจน เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดเป็นกลุ่มแรก ๆ ของโลก เพราะแต่ก่อนโลกของเรามีอุณหภูมิสูง ไม่มี ออกซิเจน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิประมาณ 52-60 องศาเซลเซียส


หลังจากแช่น้ำแร่แล้ว เราสามารถเดินไปตามเส้นทางธรรมชาติ ประมาณ 200 เมตร จะพบน้ำตกแจ้ซ้อน ชั้นที่ 1 ที่มีน้ำไหลใสและสะอาดตลอดปี มีปลาเวียนว่ายในบริเวณแอ่งน้ำมากมายเต็มไปหมด น้ำตกแจ้ซ้อนเกิดจากลำน้ำแม่มอญ โดยจะมีแอ่งน้ำรองรับ ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ อย่างสวยงาม ซึ่งจะมีทั้งหมด 6 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีความสวยงามต่างกันไป


การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จากตัวเมืองลำปาง ขับรถไปตามถนนหมายเลข 1157 ประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ในบริเวณอุทยานแจ้ซ้อน มีบ้านพักรับรองหลายราคา ซึ่งสามารถจองได้ในเว็บไซด์ของกรมอุทยานแห่งชาติ มีสถานที่กางเต็นท์ มีร้านอาหารสวัสดิการบริการ หรือท่านสามารถไปพักรีสอร์ทเอกชนก็ได้



เขียน/เรียบเรียง :
ณิชากร เมตาภรณ์  ครู ชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

ถ่ายภาพ :
สราวุธ เบี้ยจรัส  นักวิชาการโสตทัศนศึกษา  สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

อ้างอิง :
กรมทรัพยากรธรณี. (ม.ป.ป.). น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน. https://www.dmr.go.th/น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน/

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน. https://thai.tourismthailand.org/Attraction/อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน. (2566, 17 กุมภาพันธ์). ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน


น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ออนเซ็นไทยแลนด์ ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ. (2563, 21 มกราคม). sanook. https://www.sanook.com/travel/1419145/

nukkpidet. (2563, 16 กันยายน). อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่เที่ยวลำปาง อลังการบ่อน้ำร้อน ท่ามกลางธรรมชาติ. trueID. https://travel.trueid.net/detail/OWBDoEQozGxY

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน. (ม.ป.ป.). thesunsignt. https://thesunsight.com/%E0%B9%88jaeson/

น้ำพุร้อนสันกำแพง แรงดันธรรมชาติใต้พิภพ สู่ท้องฟ้าสูง

น้ำพุร้อนสันกำแพง ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดิมพื้นที่อำเภอแม่ออน เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสันกำแพง และได้แยกออกมาเป็นอำเภอ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2537 น้ำพุร้อนแห่งนี้จึงมีชื่อเป็นน้ำพุร้อนสันกำแพง เป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่


ในอดีตบริเวณแห่งนี้ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า มีธารน้ำร้อน และบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ มีพื้นที่ ประมาณ 75 ไร่ ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงมาใช้ประโยชน์ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ อาบน้ำแร่ และใช้ต้มพืชผักที่เก็บจากป่าเพื่อรักษาโรคผิวหนัง ในปี พ.ศ. 2515 น้ำมันมีราคาแพง รัฐบาลจึงมองหาแหล่งพลังงานทดแทน จากการสำรวจของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ปี 2515-2526 พบว่า พื้นที่นี้มีพลังงานความร้อนเพียงพอสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากน้ำพุแห่งนี้แพงกว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมัน ไม่คุ้มกับการลงทุน โครงการนี้จึงถูกระงับไว้เป็นพลังงานทดแทนในอนาคต

ต่อมาได้มีการร่วมทุนกันระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง พัฒนาบริเวณนี้และใช้ชื่อว่า “น้ำพุร้อนสันกำแพง” โดยมีเป้าหมาย เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำพุร้อนธรรมชาติให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


มีการปรับพื้นบริเวณที่มีบ่อน้ำพุให้เดินเที่ยวชมได้อย่างปลอดภัย ก่อสร้างอาคารบ่ออาบน้ำแร่ บ่อน้ำร้อน ธารน้ำไหล ร้านค้า ร้านอาหาร ซุ้มพักผ่อนใต้ร่มไม้ จัดทำสวนไม้ดอกไม้ประดับและตกแต่งบริเวณโดยรอบให้สวยงาม และเริ่มเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2527


น้ำพุร้อนสันกำแพง เป็นน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 30 กิโลเมตร จัดอยู่ในกลุ่มน้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geyser) เป็นความมหัศจรรย์ธรรมชาติ ที่เกิดจากความร้อนในชั้นหินอัคนีที่ยังคงความร้อนอยู่ หนุนแทรกขึ้นมาในระดับความลึกไม่มากนัก เมื่อฝนซึมผ่านชั้นดินและหินลงไป ความร้อนที่กักเก็บอยู่จะทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น จนกลายเป็นน้ำร้อนหรือไอน้ำ โดยคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพเปลี่ยนไป น้ำร้อนและไอน้ำดังกล่าวจะไหลหมุนเวียนแทรกขึ้นมาทางรอยแตก เลื่อนขึ้นสู่ผิวดินและปรากฏให้เป็นในลักษณะของน้ำพุร้อน 


ปัจจุบัน บริเวณน้ำพุร้อนสันกำแพง ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นธรรมชาติ บริเวณลานกว้างจะพบน้ำพุที่พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน สูงกว่า 15 เมตร จำนวน 2 บ่อ ความสูงของน้ำพุร้อนทำให้ละอองน้ำที่กระเซ็นออกมาโดยรอบ กระทบกับผิวหน้าจะรู้สึกเย็น เหมือนกับการได้ฉีดน้ำแร่ ทำให้รู้สึกสดชื่นท่ามกลางไอแดดร้อน ๆ ใกล้กันจะพบบ่อน้ำร้อนที่กำลังเดือดพล่าน มีอุณหภูมิสูงถึง 105 องศาเซลเซียส ที่บ่อนี้ นักท่องเที่ยวนิยมนำไข่มาต้ม เพียง 3 นาที ก็จะได้ไข่ลวกที่แสนอร่อย บริเวณใกล้กันมีธารน้ำซึ่งไหลคดเคี้ยวเป็นทางยาวมาจากตัวน้ำพุ ที่ทำไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งห้อยขา แช่เท้าได้ เป็นการผ่อนคลายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปลายธารน้ำความร้อนก็จะลดลง ใครชอบน้ำที่ค่อนข้างร้อน สามารถเลือกนั่งต้นธารน้ำได้ พร้อมกับชมวิวสวย ๆ และบรรยากาศที่ร่มรื่น งดงาม รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ ในช่วงท้ายสุดของธารน้ำ จะพบบ่อขนาดเล็กสำหรับเด็ก ๆ ให้สามารถลงไปเล่นแช่น้ำกันได้อย่างสนุกสนาน


ส่วนบ่อที่จะแช่น้ำแร่ จะแยกออกไปอีกโซน มีทั้งอาบน้ำแร่แบบตักอาบ แบบแช่อาบ แบบแช่รวม และสระอาบน้ำแร่แบบโอโซน และเรือนพักอาบน้ำแร่ให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการนั่งแช่แบบไม่ต้องเร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีบริการนวดแผนไทยและนวดฝ่าเท้าอีกด้วย 


ประโยชน์ของการแช่น้ำแร่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ในเซลล์ ป้องกันผิวพรรณไม่ให้เกิดสิวและช่วยในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิด เพิ่มสมรรถภาพในเซลล์ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้เซลล์แข็งแรงและยึดเกาะกันได้เหนียวแน่น ทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยเป็นตัวกลางนำวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ บำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ชะลอความแก่ ร่างกายผ่อนคลาย จากอาการปวดหัว เส้นตึง บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้ บรรเทาอาการปวดตามข้อและกระดูก หรือนิ้วล๊อค ด้วยคุณสมบัติที่ดีดังกล่าว จึงทำให้น้ำพุร้อนสันกำแพงเป็นทางเลือกที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนและใช้บริการ




เขียน/เรียบเรียง :
ณิชากร เมตาภรณ์  ครู ชำนาญการพิเศษ  สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

ถ่ายภาพ :
สราวุธ เบี้ยจรัส  นักวิชา่การโสตทัศนศึกษา สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

อ้างอิง :
nukkpidet. (2564, 9 มีนาคม). น้ำพุร้อนสันกําแพง ที่เที่ยวเชียงใหม่ บ่อน้ำแร่ ออนเซ็น บำบัดโรค. trueID. https://travel.trueid.net/detail/e2RAq6zZeQjk

palanla. (2561, 17 ธันวาคม). น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย. https://www.palanla.com/th/domesticLocation/detail/1400

น้ำพุร้อนสันกำแพง. (ม.ป.ป.) น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามโครงการพระราชดำริ. https://skphotsprings.wordpress.com/abuot/

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่. (2565, 15 กรกฎาคม). น้ำพุร้อนสันกำแพง. http://www.bansahakorn.go.th/travel_view.php?cateid=6&id=2

น้ำพุร้อนโป่งเดือด อัศจรรย์ความร้อนใต้พิภพ

ไอน้ำสีขาว ที่ลอยอยู่เหนือน้ำพุร้อน เสียงเดือดของน้ำพุที่พวยพุ่งจากใต้ดิน ดังก้องกังวาลตลอดทั้งวันทั้งคืน เป็นสิ่งที่คุ้นหูคุ้นตาบรรดานักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ทำให้น้ำพุร้อนโป่งเดือดเป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้แห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ น้ำพุร้อนโป่งเดือดตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ที่มีสภาพธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าทึบ ป่าต้นน้ำ และแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม มีพื้นที่ 1,252 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง ของจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่บริเวณที่เป็นน้ำพุร้อนโป่งเดือดนั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่


อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “น้ำพุร้อนโป่งเดือด” โดยมีกิจกรรมแนะนำ คือ กิจกรรมการเดินผ่านป่า ต้นไม้ใหญ่ และมอสที่ขึ้นระหว่างทาง และแวะชมบ่อน้ำพุร้อนที่พุ่งมาจากใต้ดิน ทั้งบ่อเล็กและบ่อใหญ่ จากนั้นจะพบถังกักเก็บน้ำร้อนเพื่อปล่อยน้ำร้อนมาตามท่อ มายังบริเวณบ่อแช่น้ำแร่กลางแจ้ง และห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว โดยเส้นทางเดินจะเป็นรอบวงกลม ยาวประมาณ 1,550 เมตร บางช่วงจะมีสะพานไม้ที่ยาว ประมาณ 700 เมตร ระหว่างทางจะมีแผ่นป้ายให้ความรู้เป็นระยะ ๆ อีกด้วย



น้ำพุร้อนโป่งเดือด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า โป่งเดือดป่าแป๋ เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่ปล่อยกระแสน้ำร่วมกับไอน้ำออกมาเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ เกิดจากน้ำฝนและน้ำผิวดินที่ไหลลงสู่ใต้ดิน ตามรอยแตกและรูพรุนของหินจนถึงความลึกระดับหนึ่ง และได้รับความร้อนจากชั้นหินหลอมเหลวใต้ดิน จนกลายเป็นน้ำร้อนไหลย้อนกลับขึ้นมาขังในโพรงที่แทรกอยู่ใต้ดิน และเปลี่ยนสภาพเป็นไอน้ำ เกิดแรงดันที่สูงมาก ทำให้น้ำที่อยู่ในโพรงดังกล่าว พุ่งขึ้นมาสู่ผิวดิน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส ที่เรียกว่าโป่งเดือด เนื่องจากน้ำพุที่ผุดขึ้นเหนือพื้นดินนั้น มีเสียงคล้ายกับน้ำต้มเดือดนั่นเอง
 
น้ำพุร้อนโป่งเดือดแห่งนี้ เป็นน้ำพุร้อนประเภทไกเซอร์ (Geyser) ไกเซอร์ คือเป็นน้ำพุที่พุ่งขึ้นจากผิวดินด้วยแรงดันภายใต้โลก มาจากชื่อของน้ำพุร้อน Geyser ในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งมีความหมายว่า พรั่งพรู เพราะมีมวลน้ำจำนวนมากพรั่งพรูมาจากใต้ดิน การเกิดของไกเซอร์ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะทางอุทกธรณีวิทยา ซึ่งน้ำพุร้อนแบบนี้จะเดือดและพุ่งขึ้นมาสูงกว่าระดับผิวดินเป็นครั้งคราวหรือตลอดเวลา การพุ่งขึ้นสูงสุดของน้ำจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คงที่ โดยมีอุณหภูมิของน้ำผิวดินอยู่ที่ ประมาณ 90-99 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิของน้ำใต้ดินอยู่ที่ประมาณ 176-203 องศาเซลเซียส


น้ำพุร้อนโป่งเดือด มีบ่อน้ำร้อน (Hot Pool) ขนาดต่าง ๆ กัน รวมประมาณ 10 บ่อ มีแนวการวางตัวอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้) บ่อที่ใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เมตร ในอดีตน้ำร้อนจากบ่อนี้เคยพุ่งสูงมากกว่า 2 เมตร จากระดับผิวดิน โดยในช่วงเวลาทุก ๆ 30 วินาที น้ำร้อนจะพุ่งขึ้นมาครั้งหนึ่ง น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นมามีลักษณะเป็นฟองก๊าซผสมกับไอน้ำร้อนที่โปรยปรายเป็นละอองกระจายไปทั่ว น้ำร้อนมีอุณหภูมิ 99 ถึง 100 องศาเซลเซียส บริเวณตัวแหล่งน้ำพุร้อนคลุมพื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร พบสาหร่ายสีขาว สีแดง และสีเขียวตามบ่อน้ำพุร้อน และธารน้ำร้อน อัตราการไหลรวมทั้งหมดของน้ำพุร้อนประมาณ 20 ลิตรต่อวินาที


ปัจจุบันการพุ่งของน้ำพุร้อนได้ลดระดับลงไปบ้าง จากการสอบถามผู้ที่เคยมาเที่ยว ในอดีตน้ำพุมีความสูงมากกว่านี้ แต่ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2566) มีความสูงเพียง 1 เมตร เท่านั้น เพราะปริมาณน้ำใต้ดินลดลงมาก และเนื่องจากน้ำที่พุ่งขึ้นมาจากน้ำพุร้อนแห่งนี้ มีอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส ทางอุทยานจึงทำรั้วกั้นไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินลงไปใกล้บริเวณน้ำพุมากเกินไป และไม่อนุญาตให้นำไข่มาต้มที่บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้

เมื่อชมมหัศจรรย์ของน้ำพุ และให้ไอน้ำร้อนปะทะเพื่อเป็นการสปาหน้าแล้ว เดินอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะมาถึงบริเวณที่โล่ง พบธารน้ำอุ่นใสแจ๋ว มีแอ่งน้ำกว้าง ประมาณ 1 เมตร เป็นช่วง ๆ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งบนโขดหินและแช่เท้าบริเวณลำธารนี้ได้เช่นกัน 



นอกจากนี้ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินไปยังบ่อแช่น้ำแร่กลางแจ้งที่มีหลายรูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพได้ผ่อนคลาย 


การแช่น้ำแร่ที่อุ่น ๆ เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นได้เป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็นบ่อสำหรับแช่เท้า บ่อสำหรับแช่ตัวที่สามารถว่ายน้ำได้ด้วย หรือห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว ที่มีทั้งห้องแบบธรรมดา และห้อง VIP ที่ด้านหลังเปิดโล่งเพื่อที่ระหว่างการแช่ตัว ยังสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามได้อย่างเพลิดเพลิน ที่สำคัญยังมองเห็น “ดอยเลี่ยม” ซึ่งเป็นดอยที่อยู่ไกลออกไปได้อีกด้วย เป็นความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน ที่พิเศษอีกอย่าง คือ ที่นี่มีบ่อแช่น้ำแร่แยกต่างหากสำหรับภิกษุสงฆ์อีกด้วย 



น้ำพุร้อนโป่งเดือด จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ด้วยธรรมชาติแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงอากาศที่หนาวเย็น ทำให้เราสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย ๆ ภายในบริเวณอุทยานฯ ยังให้บริการบ้านพัก ร้านอาหาร ลานกางเต็นท์ และมีเต้นท์ให้เช่า ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวภายในอุทยาน บริเวณน้ำพุร้อน จุดชมวิวภูเขา และบริเวณใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องกังวล
 

การเดินทางไปเดินทางไปน้ำพุร้อนโป่งเดือด จากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 107 และเข้าแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่มาลัย อำเภอแม่แตง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 42 จะพบป้ายบอกทางน้ำพุร้อนโป่งเดือด ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร จะพบด่าน ของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นด.1 (โป่งเดือด)

การเข้าชมอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีค่าธรรมเนียมที่จ่ายแค่ครั้งเดียว แต่สามารถเข้าชมได้ 3 แห่ง ภายใน 1 วัน คือ น้ำพุร้อนโป่งเดือด จุดชมทะเลหมอกดอยกิ่ว (ห้วยน้ำดัง) และโป่งน้ำร้อนท่าปาย ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยให้เก็บบัตรผ่านไว้และแสดงให้เจ้าที่หน้าบริเวณทางเข้า



เขียน/เรียบเรียง :
ณิชากร เมตาภรณ์  ครู ชำนาญการพิเศษ  สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

ถ่ายภาพ :
สราวุธ เบี้ยจรัส  นักวิชาการโสตทัศนศึกษา  สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

อ้างอิง :
สำนักงานอุทยานแห่งชาติ. (ม.ป.ป). น้ำพุร้อนโป่งเดือด - อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง. https://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=1743

Nukkpidet. ( 2563, 11 มิถุนายน). แช่ น้ำพุร้อนโป่งเดือด Unseen ที่เที่ยวเชียงใหม่ ณ โป่งเดือดป่าแป๋. TrueID. https://travel.trueid.net/detail/GjNLE8EkngzM

กรมทรัพยากรธรณี. (ม.ป.ป). น้ำพุร้อนป่าแป้. https://www.dmr.go.th/น้ำพุร้อนป่าแป้/