License

ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและข่าวสาร http://www.northnfe.net ฐานการศึกาาเรียนรู้ออนไลน์ http://www.northeducation.ac.th คลังสื่อและหลักสูตร http://www.northnfe.org

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เด็กเล็กทำงานเล็ก เด็กโตทำงานโต


“การศึกษาคือกระบวนการที่ทำให้คนและสังคมเจริญงอกงาม ยิ่งเรียนยิ่งขยัน ยิ่งเรียนยิ่งอดทน ยิ่งเรียนยิ่งซื่อสัตย์ ยิ่งเรียนยิ่งมีความกตัญญู ยิ่งเรียนยิ่งรักปู่ย่าตายาย ดูแลปู่ย่าตายาย ไปไหนก็ดูแลซึ่งกันและกัน บ้านเมืองก็จะมีแต่ความสุข”

เนื้อหาในส่วนนี้ได้รวบรวมสาระ แนวคิด บทความของท่าน ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ที่เป็นผู้ให้นิยาม คำว่า คิดเป็น"กระบวนการคิดเพื่อตัดสินใจ" โดยใช้ข้อมูล 3 ด้าน คือ ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทาง สังคมหรือสิ่งแวดล้อม และข้อมูลทางวิชาการ ปรัชญา "คิดเป็น" มีรายละเอียดและสาระที่น่าศึกษา

เด็กเล็กทำงานเล็ก เด็กโตทำงานโตขึ้น

"การที่พวกเราได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี และหากเราได้สอนความมีระเบียบวินัย ให้ได้รูจักขยัน ทำงานตามสภาพ เด็กเล็กให้ได้รู้จักทำงานเล็กๆ เด็กโตหน่อยให้ทำงานที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ เด็กจะเกิดความพึงพอใจที่ได้มีโอกาสทำงานตามธรรมชาติ ได้เล่น ได้เรียน ได้ทำงาน ได้มีโอกาสร่าเริง แจ่มใสกับธรรมชาติ ไม่เคร่งเครียดกับวิชาหนังสือเกินไป ถึงขนาดไม่กล้าให้ทำงาน การที่เด็กทำงานกันเป็นกลุ่มดังที่เห็น นอกจากเป็นการฝึกประชาธิปไตยภาคปฏิบัติแล้ว ยังทำให้นักเรียนมั่นใจว่า ตนเองและเพื่อนๆ สามารถทำอะไรต่างๆ ได้มากมาย ตนและเพื่อนโตขึ้น ย่อมมั่นใจในตนเอง และหมู่คณะ ว่าพึ่งพาตนเองงกันได้"

การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ การทำงานเป็นสิ่งที่มีเกียรติ ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด ย่อมมีโอกาสและควรมีหน้าที่ด้วยกันทั้งสิ้น ปริมาณ คุณภาพ ของงานเป็นไปตามความเหมาะสมของความรู้ ความสามารถเเละอายุ แต่เยาวชนของบ้านเรามักจะถูกห้ามไม่ให้ยุ่งกับการทำงาน

ถือว่าไม่ใช่หน้าที่ของเยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนวัยรุ่นกำลังเป็นวัยที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กำลังมีไฟ กำลังมีใจ จะเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมือง พัฒนาครอบครัว แรงกายแรงใจมีมากมาย แต่เราปิดกั้นหมด ทั้งทางครอบครัว โรงเรียนและสังคม เราให้เยาวชนมีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียว ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พลังต่างๆ ที่มีถูกบอนไซ ไม่มีโอกาสใช้ หากผู้ใดเรียนมัธยมจนจบอาจถูกบอนไซ 6 ปี ใครที่โชคร้ายกว่านั้น คือ ได้เรียนต่อ มหาวิทยาลัย จะถูกบอนไซต่อ


อีก 4 ปี เป็น 10 ปี กว่าจะมีโอกาสได้ใช้ความรู้ ความคิด ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมทั้งไฟที่มีก็มอด สมองก็ตีบตันไปเสียแล้ว สิ่งเหล่านี้จะต้อง ได้รับการแก้ไขให้เยาวชนมีส่วนได้รับผิดชอบ ได้ทำงานร่วมกัน ได้ร่วมพัฒนาบ้านเมือง ตามกำลังความรู้ ความสามารถ ตามวัย และตามเวลาที่มี ความรู้ ความสามารถ ความคิดและวิชาการต่างๆ ที่เรียนมา จะได้ถูกย่อยและนำไปใช้ประสมกลมกลืนกับชีวิต ชีวิตจะได้พัฒนาตลอดทุกช่วงของอายุ สมกับคำว่า ศึกษา คือการพัฒนา

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณครับในทุกความเห็น

แบ่งปันความรู้

Twitter Facebook Stumbleupon Favorites More